โปรแกรมคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

คอมพิวเตอร์ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีบมบาทกับชีวิตเรามากเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นในการเรียนหรือในการทำงาน ล้วนก็จะต้องใช้คอมพิวเตอร์ด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งในปัจจุบันก็มีการเปิดสอนหลักสูตรคอมพิวเตอร์มากมายทั้งที่เรียนฟรีหือที่เสียเงินราคาแพงก็มี

ซึ่งคอมพิวเตอร์นั้นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องซ่อมคอมพิวเตอรืแต่อย่างใดแต่สิ่งที่จำเป็นและควรต้องเรียนรู้ก็คือโปรแกรมต่างๆในคอมพิวเตอร์นั่นเอง ซึ่งโปรแกรมในคอมพิวเตอร์นั้นมีมากมายหลากหลายโปรแกรม แต่ก็จะมีไม่กี่โปรแกรมที่จำเป็นทั้งในการเรียนและการทำงาน ซึ่งก็คือโประแกรมคอมพิวเตอร์เบื้อต้นนั่นเอง.

ซึ่งโปรแกรมที่เป็นพื้นฐานที่ควรเรียนรู้โดยเฉพาะสำหรับคนที่ทำงานนั้นไม่ว่าจะเป็นงานประเภทไหนการใช้โปรแกรมนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ นั่นก็คือ Microsofe Office ซึ่งจะมีหลากหลายโปรแกรมที่จำเป็นและเป็นสิ่งพื้นฐานในการใช้โปรแกรมเหล่านี้ในออฟฟิศนั่นเอง และโปรแกรมที่มีความสำคัญก็ควจะหรีไม่พ้นโปรแกรม Microsofe Excel นั้นเอง

เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกันอย่างดีเนื่องจากโปรแกรมนี้นั้นเป็นโปรแกรมที่แทบจะทุกการทำงานต้องนำมาใช้ โปรแกรมนี้นั้นจะเป็นเป็นการทำตาราง เช่นการบันทึกรายรับรายจ่าย เป็นต้น ด้วยโปรแกรมที่เป็นตารางสามารถทำให้เข้าใจได้ง่ายเมื่อมีการบันทึกสิ่งที่ต้องการต่างๆลงไปและสิ่งที่พิเศษ

สำหรับโประแกรมนี้ก็คือการคิดค่ารวมของสิ่งที่บันทึกลงไปทั้งหใดโดยสามารถรวมออกมาเป็นค่าหรือผลรวมให้เรานั้นเห็นได้อย่างชัดเจนเลย แต่การจะเห็นถึงผลรวมหรือค่านั้นได้จะต้องมีการใช้สูตรไป โดยสูตรเหล่านี้นั้นจะค่อนข้างเป็นสูตรที่ตายตัวโดยสามารถหาจากตำราหรือตามอินเตอร์เน็ตทั่วไปได้

ซึ่งสูตรในโปรแกรมนี้นั้นมีจำนวนเยอะมาก แล้วโดยส่วนใหญ่ถ้าหากใครนั้นเก่งโปรแกรม Excel ถือว่าได้เปรียบคนอื่นอย่างมาก เพราะคนที่ใช้โปรแกรมนี้เป็นนั้นจะสามารถเข้าใจการใช้โปรแกรมอื่นๆได้อย่างง่ายดาย

นอกจากโปรพแกรม Microsofe Excel แล้วที่เป็นโปรแกรมที่สำคัญมากและเป็นโปรแกรมที่สามารถคอบคุมงานแทบจะทุกอย่างในออฟิศด้เลยนั้นก็ยังมีโปรแกรมที่สำคัญอีกโปรแกรมหนึ่งและเป็นพื้นฐานที่ทุกคนนั้นจะต้องใช้เป็นนั่นก็คือ Microsofe Word นั่นเองเชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

เพราะเป็นโปรแกรมที่ทุกคนนั้นจะต้องใช้และต้องเรียนร็ด้วย ถึงแม้ Word นั้นจะเป็นเหมือนโปรแกรมง่ายที่ใช้สำหรับในการพิมพ์งานต่างๆ แต่จริงๆแล้วนั้น Word ซ่อนลูกเล่นต่างมากมายอยู่ข้างในและเราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพิมพ์งานไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์สรุปรายงาน การประชุมและอื่นรวมไปถึงการทำรายงานด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้เพื่อความง่ายและหลากหลายในการใช้งานนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ความเปลี่ยนแปลงของการทำงาน

Work from home เป็นทางเลือกของผู้คนในยุคปัจจุบัน ในปัจจุบันผู้คนทำงานที่บ้านมากยิ่งขึ้นหรือต่ำและสถานที่ที่ตัวเองต้องการมากิน นี่จะเป็นสาเหตุว่าบริษัทต่างๆจะต้องมีการปรับปรุงรูปแบบในการทำงานให้เหมาะสมกับการทำงาน และรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ต่อไปผู้คนจะทำงานในสถานที่บ้านตัวเองมากยิ่งขึ้น แล้วสิ่งเหล่านี้เองเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาบุคลากรตัวเองให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมาก ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีความสำคัญก็คือในส่วนของคอมพิวเตอร์รวมทั้งอินเทอร์เน็ต

บริษัทต่างๆจะต้องมีการพัฒนาผลิตภาพเหล่านี้ให้ บุคลากรภายในองค์กรสามารถทำได้ นี่เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่แต่ละบริษัทมีความจำเป็นจะต้องมีการพัฒนาในส่วนของความรู้ทางด้าน Software และการใช้อุปกรณ์ของเราให้มีประสิทธิ์ภาพมากที่ ยกตัวอย่างเช่นในส่วนของการเก็บข้อมูลการส่งข้อมูลก็สามารถส่งทางไลน์ หรือแม้แต่จะเป็นในส่วนของบริษัทต่างๆที่มีการวางระบบ Server ก็จำเป็นจะต้องมีการพัฒนาให้บุคลากรเรียนรู้

ซอฟต์แวร์อื่นอีกมากมายเพื่อตอบสนองกับความต้องการในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน ผู้คนจะใช้ในส่วนของอุปกรณ์เพื่อสร้างความง่ายในการทำงานมากยิ่งขึ้นทั้งความไหลลื่นในการทำงาน หากจะต้องมีการประชุมก็จำเป็นจะต้องมีการวางในส่วนของโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่าซูม รวมทั้งยังมีในส่วนของ Skype ดิสคอร์ด ไม่มีอะไรมากมายที่รองรับการประชุมในยุคปัจจุบันที่บริษัทต่างๆมีความจำเป็นจะต้องมีการให้บุคลากรเรียนรู้ แล้วพัฒนาประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด

นี่ทำไมสำคัญอย่างยิ่งว่าบริษัทต่างๆจะต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมให้เท่าทันต่อการแข่งขัน เพราะต่อไปอาจมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหากไม่มีการพัฒนาให้เท่าทันก็จะไม่สามารถแข่งกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันได้ ตอนนี้ตัวนี้เองถือเป็นความจำเป็นอย่างมากที่ต้องพัฒนารูปแบบในการทำงานอยู่เสมอเพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลง 

การเปลี่ยนแปลงของการทำงานถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ไม่ดี สำหรับบริษัทที่ไม่สามารถปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้บุคลากรทางการใช้คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมในการทำงาน ก็จะเป็นด้านลบซึ่งจะไม่ได้งานตามที่ต้องการ รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานก็ลดลงอีกด้วย แต่จะเป็นด้านบวกในบริษัทที่มีการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เพราะว่าจะสามารถสร้างรูปแบบในการทำงานให้ทันต่อการแข่งขันในยุคปัจจุบันรวมถึงดึงประสิทธิภาพสูงสุดของการทำงานอยู่ออกมาได้ และสิ่งเหล่านี้เองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาองค์กรให้สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่เสมอ องค์กรที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงให้ทันต่อการพัฒนาก็จะช่วยให้มีความสามารถในการแข่งขันกับธุรกิจอื่นได้ 

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet สมัคร

พื้นฐานคอมพิวเตอร์


อุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อการป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์

คืออุปกรณ์ที่นำมาใช้เพื่อป้อนข้อมูลเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ ไมโครโฟน และ สแกนเนอร์ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้

– คีย์บอร์ด (Keyboard) หรือแป้นพิมพ์ จัดเป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลแบบพื้นฐาน นำมาใช้เพื่อป้อนข้อมูลตัวอักขระและใช้โต้ตอบเพื่อการสั่งงาน หลักการทำงานของคีย์บอร์ด โดยคร่าวก็คือ จะมีชิปซึ่งใช้เป็นตัวควบคุมคีย์บอร์ด ทำหน้าที่รอรับข้อมูลว่ามีแป้นคีย์ใด ถูกกดบ้าง ครั้นเมื่อมีการกดปุ่มคีย์ใดๆ ขึ้น ปุ่มคีย์เหล่านั้นก็เปรียบเสมือนกับสวิตช์ไฟฟ้า ตัวหนึ่ง ที่เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้าให้ถึงกัน จนเกิดเป็นสัญญาณส่งไปยังคอมพิวเตอร์ เพื่อ แจ้งให้คอมพิวเตอร์ทราบว่า ได้มีการกดคีย์ใดลงไป อย่างไรก็ตาม การรับสัญญาณจาก คีย์บอร์ด จำเป็นต้องคำนึงถึงการรอรับคีย์ล่วงหน้า ดังนั้น สถาปัตยกรรมของคีย์บอร์ด จึงต้องประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ ด้วยกันคือ ส่วนบัฟเฟอร์ที่ใช้เก็บค่าข้อมูล และส่วนที่นำค่าข้อมูลจากบัฟเฟอร์ทยอยส่งไปยังพอร์ต เพื่อนำส่งสัญญาณไปยัง คอมพิวเตอร์ให้ดำเนินการต่อไป

– เมาส์ (Mouse) ในอดีตเมาส์จะเป็นแบบกลไกที่ใช้ลูกกลิ้งที่อยู่ข้างใต้เป็นตัวควบคุมทิศทาง แต่ปัจจุบันเมาส์ชนิดนี้ไม่นิยมแล้ว โดยหันมาใช้เมาส์แบบแสงอินฟราเรดที่เรียกว่า “ออปติคัลเมาส์” สำหรับหลักการทำงานของออปติคัลเมาส์ก็คือ จะใช้ลำแสงอินฟราเรดยิงส่องลงไปบนพื้นผิว เพื่อให้สะท้อนกลับมายังตัวเซ็นเซอร์ จากนั้นก็จะ ทำการตรวจวัดพิกัดการเลื่อนตำแหน่งบนจอภาพ และด้วยออปติคัลเมาส์ได้ใช้หลักการสะท้อนแสง นี้เอง จึงไม่สามารถใช้งานบนพื้นผิวที่เป็นกระจก หรือพื้นผิวที่มีความมันวาวเป็นพิเศษ ควรมีแผ่น รองเมาส์ที่ทำจากผ้ายางแบบทึบแสง อย่างไร ก็ตาม ปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดกับเมาส์แบบเลเซอร์ โดยทั่วไป เราจะใช้เมาส์สำหรับควบคุมทิศทางตำแหน่งของตัวชี้ รวมถึงการคลิก และ การลากแล้ววาง ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้คือ

- คลิก (Click) เพื่อเลือกวัตถุ หรือเพื่อยืนยันการทำงาน

- ดับเบิลคลิก (Double Click) เพื่อสั่งรันโปรแกรม

- คลิกขวา (Right Click) เพื่อเข้าสู่เมนูลัต (Shortcut)

- ลากแล้ววาง (Drag and Drop) เพื่อเคลื่อนย้ายวัตถุบนจอภาพไปยังตำแหน่งอื่น

- เลื่อน (Scroll) เพื่อเลื่อนหน้าจอขึ้น / ลง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ดู E-SPORT

ตัวช่วยในการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

ธุรกิจมากมายมีการแข่งขันกันสูงมากยิ่งขึ้น อุตสาหกรรมก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นแรงงานด้านอุตสาหกรรมก็จะมีการปรับรูปแบบในการทำงาน หรือเปล่าลักษณะงานให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดอย่างไรก็ตามในปัจจุบันเช่นการเติบโตของธุรกิจมากมายและมีความต้องการในการพัฒนาในส่วนธุรกิจมีประสิทธิภาพในการทํางานสูงที่สุด

บริษัทต่างๆจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการควบคุมองค์กร เช่นในส่วนของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีสายงานผลิตมีเครื่องจักรในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ ก็จำเป็นจะต้องมีการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาควบคุมในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมจำนวนการผลิตควบคุมปริมาณ ควบคุมคุณภาพหรืออื่นๆอีกมากมายที่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์สามารถโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ในการผลิตสินค้าและบริการได้มากมาย โดยเฉพาะธุรกิจในปัจจุบันก็มีการพัฒนาในส่วนของคอมพิวเตอร์ให้เข้ามาควบคุมการทำงานของบุคลากรภายในองค์กรได้มากยิ่งขึ้น

นี่เป็นคนสำคัญว่าคอมพิวเตอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทมากมายในยุคนี้ ที่มีการพัฒนาหรือปรับรูปแบบในการทำงานให้เหมาะสมถือได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นตัวช่วยที่ชั้นดีอย่างยิ่ง ที่บริษัทต่างๆมีความจำเป็นจะต้องนำเข้ามาเพื่อพัฒนาในการทำงานของบริษัทตัวเองในการทํางานสูงที่สุด การเติบโตยังมีขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่องของทุกๆ อุตสาหกรรม การเติบโตเหล่านี้นำมาซึ่งการแข่งขันกันลงทุนในการพัฒนาในส่วนของนวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการแข่งขันสูงที่สุด

บริษัทต่างๆจะมีความจำเป็นจะต้องนำในส่วนของตัวช่วยที่เข้ามาพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ดึงในส่วนของศักยภาพของบุคลากรภายในองค์กรออกมาทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมจะต้องมีความพยายามจะนำคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรตัวเอง ไม่ใช่เพียงแต่การจัดเก็บข้อมูลแต่เพียงเท่านั้นยังมีการประมวลผลและการพัฒนาในส่วนของการทำงานให้หาช่องทางการทำงานที่ดีมากที่สุด

ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ที่เป็นปัจจัยในการที่ทำให้บริษัทต่างๆสามารถพัฒนาหรือปรับรูปแบบในการทำงานได้ บริษัทเหล่านี้มีการพัฒนาและเติบโตในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรในการดึงประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานออกมา แต่ละธุรกิจหรือการบริการก็มีความจำเป็นจะต้องพัฒนาให้มีการทำงานที่ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าที่สุด

เพื่อลดต้นทุนในแต่ละองค์กรและสร้างสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแต่ว่ามีต้นทุนที่ลดลง นี่จึงเป็นความจำเป็นที่ธุรกิจต่างๆมีการพัฒนาตัวช่วยเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานั้นก็คือในส่วนของคอมพิวเตอร์หรือปัญญาประดิษฐ์นั่นเอง ที่เข้ามาควบคุมดูแลในกิจกรรมต่างๆภายในองค์กร 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ 

การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์

คนในปัจจุบันนี้นิยมการใช้งานผ่านระบบคอมพิวเตอร์ อย่างสะดวกและสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร คอมพิวเตอร์จะมีตัวรองรับความจำได้ รวมถึงการเก็บและรับข้อมูลสารอย่างดี คนที่ทำงานเลยนิยมใช้กัน เพราะจะทำให้เรานั้น สื่อสารกับคู่สนทนาได้ยิ่งขึ้น

การสื่อสารผ่านการสนทนา

การสื่อสารผ่านการสนทนานั้น มีหลายรูปแบบและหลายเพื่อให้เกิดผลที่ดีและมีประสิทธิภาพ ในการสื่อโปรแกรม ขึ้นอยู่ที่เรานั้น จะสะดวกจะใช้งานตัวไหนมากกว่ากัน สารกับคู่สนทนาของเรา แต่ส่วนใหญ่ที่เรานั้น มักจะพบเห็นอยู่เสมอคือการสื่อสารผ่าน เฟสบุ๊ค ไลน์ ไอจี ทวิตเตอร์ เพราะตัวโปรแกรมที่กล่าวมานี้ สามารถใช้งานได้ทั้งสองระบบเลย ทั้งระบบเครือข่ายมือถือและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่สำคัญการใช้โปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ จะต้องอาศัยอินเตอร์เน็ตด้วย ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในการสื่อสารด้วย ถ้าเรานั้นไม่มีอินเตอร์เน็ต เราก็ไม่สามารถสื่อสารกับคู่สนทนาของเราได้อย่างเข้าใจ อาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสารไปเลยก็ได้ ฉะนั้น อินเตอร์เน็ตจึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ

ประโยชน์ของการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์

มีความละเอียดอ่อนกว่าการสื่อสารในโทรศัพท์มือถือ เราจะเห็นอย่างมากในคนปัจจุบัน ที่มีความนิยม นำคอมพิวเตอร์ไปอยู่ในสถานที่ต่างๆ หรือสถานประกอบการต่างๆ เช่น  บริษัท โรงเรียน มหาวิทยาลัย โรงงาน สตูดิโอ ต่างๆ เราจะเห็นได้ว่าจะต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการร่วมทำงาน เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ดีทั้งสองฝ่าย ลดปัญหาในการสื่อสารรับข้อมูล เพื่อป้องกันและลดความผิดพลาดในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเราได้อย่างเกิดผลดี นอกจากนั้นเราจะได้รู้ว่า การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์นั้น มีหลายรูปแบบ แต่เราต้องเลือกสิ่งที่เราคิดว่าจะสามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจ ระบบคอมพิวเตอร์จะรองลับข้อมูลทุกครั้ง ที่เรานั้นสนทนากับผู้คน การสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์นั้น

จึงมีความเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะหลายๆคนที่ทำงานจะต้องสื่อสารกับลูกค้าผ่านคอมพิวเตอร์ จะมีระบบให้ใช้ในการสนทนาของแต่ละบริษัท เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันทั้งคู่ ดังนั้น แต่ละคนจึงต้องมีวิธีการสื่อสารของตัวเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น จะทำให้เรานั้น เกิดข้อผิดพลาดในการสื่อสารกันน้อยลง ถ้าหากใครยังไม่เข้าใจคำว่าการสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ ก็ลองไปศึกษาดู เพราะอาจจะทำให้เกิดผลดีต่อตัวคุณเองก็ได้ เพราะการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะเรานั้น ต้องใช้ในการสื่อสารกับผู้คนที่แบบทั้งเห็นและไม่เห็นหน้า เพราะสื่อสารกัน ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ฉะนั้นเราจึงต้องเลือกการใช้งานให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานของเราด้วย

 

คอมพิวเตอร์กับคำสั่ง merge

คอมพิวเตอร์-คำสั่ง merge ช่วยเพิ่มความเร็วในการรันโปรแกรม

สำหรับคนที่เขียนโปรแกรม sql คำสั่งหนึ่งที่จัดว่าเร็วมากในการประมวลผลคือ คำสั่ง merge มันสามารถอัพเดตข้อมูลในหลักล้านด้วยเวลาเพียง 2 วินาทีเท่านั้น 

คำสั่ง merge ใน sql เป็นคำสั่งที่รวมของ insert และ update เข้าด้วยกัน มันมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมมากคือ สามารถอัพเดตข้อมูลขนาดเล็ก ที่น้อยกว่า 1000 และข้อมูลขนาดใหญ่ที่มากกว่า 1 ล้านจากข้อมูลต้นทางไปยังข้อมูลปลายทาง ซึ่งข้อมูลต้นทางกับข้อมูลปลายทางจะสัมพันธ์กัน (ใช้คำสั่ง update ) หรือข้อมูลปลายทางไม่สัมพันธ์กับข้อมูลต้นทาง (ใช้คำสัง่ย่อยอัพเดต)

ซึ่งอัพคำสั่ง merge จะมีโครงสร้างคือ หากว่าข้อมูลต้นทาง match กับข้อมูลปลายทางจะใช้เวลา มี คำสั่งบอกว่า WHEN MATCHED THEN UPDATE…) หรือการอินเสิร์ต ดาต้าที่มีคำสั่งว่า WHEN NOT MATCHED THEN INSERT…

เพื่อการใช้งานคำสั่ง merge อย่างเต็มประสิทธิภาพ table ทั้งสองจะต้องมีกลุ่มของฟิลด์ที่ตรงกัน เมื่อ table เมื่อเราเขียนโปรแกรมให้ถูกต้องตาม syntax มันก็จะเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงมากจริงๆ

โดยเริ่มต้นลูกค้าต้องการอัพเดตข้อมูลจำนวน 1 ล้านเรคอร์ดลงไปใน target table โดยมีจำนวนฟิลด์มากๆ เช่นอัพเดตคราวละ 10 ฟิลด์ 1000000 เรคอร์ด ซึ่งการเทสต์นี้ใช้เวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้นเอง หรือโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมให้ถูกต้องตามหลักของ constraint ต่างๆ จะช่วยให้เวลาลดลงจาก 30 เหลือเพียง 8 วินาทีก็ได้

เงื่อนไขของการใช้คำสั่ง merge มีอะไรบ้าง

งานของเราที่ต้องเปลี่ยนมาใช้ merge เพื่อให้ประสิทธิภาพในอัพเดตเปลี่ยนแปลงข้อมูลในตารางทำได้เร็วยิ่งขึ้น โดย table เป้าหมายของเราจะต้องมี primary key หรือ ฟิลด์ที่เป็น unique constraint ด้วย

การอัพเดตหรืออินเสิร์ตดาต้าสามารถอัพเดตได้ทุกฟิลด์เพียงแต่ว่าฟิลด์ที่นำมาเชื่อมต่อกับ ฟิลด์ที่ทำการอัพเดตต้องคนละชื่อกัน และหากว่าต้องการให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นคือ table ต้นทางต้องมีขนาดเล็กกว่า table ขนาดใหญ่

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการทดสอบมีดังนี้คือ (เป็นการรันคิวรี่ที่เครื่อง database server)

อัพเดตข้อมูลขนาด 1 ล้านเรคอร์ด ที่จำนวนฟิลด์ 12 ฟิลด์ ไปที่ table ที่มีจำนวน row 2.7 พันล้านเรคอร์ด ใช้เวลาเพียง 2.2 วินาที

อินเสิร์ตข้อมูล 1 ล้านเรคอร์ดเข้าไปที่ fact table จะใช้เวลา 1.4 วินาที

ใช้คำสั่ง merge statement ที่ table เดียวกัน โดย insert 500,000 เรคอร์ดและ อัพเดต 500,000 ใช้เวลาทั้งหมด 13 วินาที จะเห็นได้ว่าการใช้คำสั่ง merge เป็นคำสั่งที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงมากคือช่วยให้การรันคิวรี่ของเราทำได้อย่างรวดเร็วมากๆ

ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการเขียนโปรแกรมการออกแบบเพื่อ design database การเลือก primary key ที่เหมาะสมเพื่อให้รันโปรแกรมได้โดยถูก syntax และเพื่อให้เร็วยิ่งขึ้นต่อไป

การ tuning sql เป็นสิ่งที่นักเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ด้านนี้ หากทำได้จะเพิ่ม value ในตัวผู้ประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

รู้หรือไม่ว่าคอมพิวเตอร์เป็นแหล่งเพราะพันธ์เชื้อโรคชั้นเยี่ยม

 หลายคนที่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์มักจะไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจับต้องแหล่งกำเนินของเชื้อโรคอยู่ เพราะหากมองด้วยตาเปล่าแล้ว เรามักจะเห็นว่าคอมพิวเตอร์ของเราก็สะอาดดีไม่อะไรแต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่สายตาของเรามองเห็นนั่นก็เพราะตัวเราเองที่เป็นคนนำเชื้อโรคให้มาสะสมกับคอมฯ

 หากคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานเป็นประจำเป็นเราคนเดียวที่ใช้งาน

เชื้อโรคก็อาจจะมีน้อยหน่อย เชื้อโรคมาได้อย่างไรนั้น ก็มาจากตัวเราเองนั่นเอง เพราะพฤติกรรมของคนเรามักจะนำของกินมากินตรงหน้าที่เรานั่งทำงานไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำดื่ม หรือขนมผลไม้หรือบางคนนำอาหารหลักอย่างเช่น ข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวมานั่งกินหน้าคอมฯเวลาทำงาน ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้มือในการหยิบจับอาหารเหล่านั้น และบางครั้งเราลืมที่จะทำความสะอาดมือแล้วเราก็มาจับแป้นพิมพ์ทำให้แป้นพิมพ์ของเราไม่สะอาด หรือบางครั้งที่เราไม่สบายทั้งไอ ทั้งจาม มีน้ำมูก เราก็มักจะจามออกมาซึ่งละอองของน้ำลายน้ำมูกก็จะกระเด็นออกมาตกอยู่ตรงที่แป้นพิมพ์ หรือบางครั้งมือเช็ดน้ำมูกแล้วมาจับที่แป้นพิมพ์เป็นต้น

ซึ่งพฤติกรรมที่อธิบายมาทั้งหมดนี้คือการสะสมเชื้อโรคให้อยู่ที่คอมฯของเรา โดยที่เราไม่ทันรู้ตัวและไม่ได้ตั้งใจ และยิ่งจะมีเชื้อโรคหลายสายพันธุ์ที่จะมาสะสมกับคอมฯของเราเข้าไปอีกหากมีคนอื่นมาใช้คอมฯร่วมกับเรา เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าก่อนที่พวกเขาเหล่านั้นจะมาจับต้องคอมฯของเรานั้น

พวกเขาจับอะไรมาบ้าง หรือมีโรคติดต่อร้ายแรงอะไรหรือเปล่า

เพราะบางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องสุภาพ เช่นเป็นไข้หวัด หรือมีปัญหาการไอ การจาม หรือบางคนอาจจะเป็นโรคผิวหนัง ดังนั้น สิ่งเหล่านี้หากเรามาสัมผัสกับคอมฯแล้วเราไปสัมผัสตัวเองก็จะทำให้เราติดโรคเหล่านี้มาได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น หากเราไม่ต้องการที่จะเจ็บป่วยง่าย หรือติดเชื้อโรคที่อาจจะมีการสะสมตรงคอมฯเราจึงควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกครั้งก่อนที่เราจะใช้งาน

โดยหากเราใช้งานคอมฯเองคนเดียว ช่วงเช้าก่อนใช้งานคอมก็หาผ้าสะอาดมาเช็คหน้าจอคอมฯกับแป้นพิมพ์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะใช้งาน และไม่ควรนำอะไรมากินขณะที่นั่งทำงานที่หน้าคอมฯ และหากเป็นการใช้งานคอมฯร่วมกับคนอื่น ก่อนที่จะใช้งานคอมฯทุกครั้งเราควรหาผ้าสะอาดมาเช็ดทำความสะอาดคอมฯและแป้นพิมพ์เสียก่อน เพื่อที่เราจะได้วางใจได้ว่า สิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคได้ถูกเช็ดออกไปแล้ว

การเขียนโค้ดภาษา PHP

การเขียนโค้ดภาษา PHP มีดังนี้

ในการเขียนโปรแกรมในทุกภาษานั้น มีหัวใจสำคัญคือเราต้องเรียนรู้ค่าต่างๆที่ภาษานั้นๆมีบอกหรือระบุเอาไว้ เอาง่ายๆว่า เรียนรู้ขอบเขตของภาษานั้นๆเอาไว้ให้ครบถ้วน แล้วเราจะไม่เขียนผิด หรือหลงหรือพลาดแบบง่ายๆได้ ข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญของภาษา PHP ก็มีไม่กี่อย่าง เราทำความรู้จักเอาไว้ง่ายๆก่อน

  1. ข้อมูลชนิดตัวเลข หรือ Number ข้อมูลเหล่านี้เป็นได้ทั้งจำนวนเต็ม Integer เช่น 5,10,-5, -10 หรือจะเป็นทศนิยมที่เรียกกันว่า Float ก็ได้เช่น 5.5, 9.5, -11.3 เป็นต้น
  2. ข้อมูลชนิดสตริง (String) ข้อมูลชุดนี้จะเป็นอักขระ อักษร ซึ่งไม่ได้มีกฎเกณฑ์บังคับว่าต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น เป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่นๆก็ได้เช่นกัน แต่ข้อจำกัดคือ เพื่อให้โปรแกรมรู้ว่าข้อมูล string เหล่านี้เริ่มต้นที่ใดและจบลงที่ใด จึงต้องมีเครื่องหมายกำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดเอาไว้ทุกครั้ง ซึ่งมีสองเครื่องหมาย ใช้ได้ทั้งสองแบบ โดยเราจะมาบอกทีหลังว่าต่างกันอย่างไร เครื่องหมายนั้นคือ “…”  หรือ ‘….’ นั่นเอง ยกตัวอย่างคำเช่น “สวัสดี” ‘ประเทศไทยเรารักนายกฯ’ เป็นต้น
  3. ข้อมูลแบบสุดท้ายคือข้อมูลบูลีน (Boolean) ข้อมูลบูนลีนจะใช้ในการเทียบในเชิงตรรกศาสตร์ นั่นก็คือผลลัพธ์มีสองค่าเท่านั้นคือ จริง กับ เท็จ (True or False) เท่านั้น ซึ่งทั้งคำว่า true และ false ในภาษา PHP ยกเว้นให้ใช้ค่าได้เลย ไม่ต้องมี “…”  หรือ ‘…’ เพราะไม่ถือว่าเป็นข้อมูลสตริง ซึ่งเราจะต่อยอดการใช้ true/false ได้ต่อไปในหลายๆเรื่องของ PHP

ทริคเล็กๆในการกำหนดตัวแปรของภาษา PHP คือ เราสามารถกำหนดได้หลากหลายมากเช่น กำหนดลงไปตรงๆเลยเป็นข้อมูลตัวเลข อย่าง $x=123;  $y=5.44; $z=-456; เป็นต้น

หรือกำหนดเป็นค่าตามข้อมูล string เช่น $name= “นายประยุทธ์ จันอังคารพุธ”;  หรือ $country = ‘ที่นี่ประเทศไทย'; เป็นต้น

โอเปอเรเตอร์ที่สำคัญที่ควรรู้ในภาษา PHP ก็เป็นสิ่งจำเป็น เราจะไม่กล่าวถึง +,-,*,/ ที่น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว (บวก ลบ คูณ หาร) แต่เราจะมาดูอะไรที่มากกว่านั้นซักหน่อยเช่น 

+= เครื่องหมายนี้คือ นำค่าที่กำหนดไปบวกเพิ่มจากค่าเดิมตัวแปร แล้วเอาผลลัพธ์กลับมาไว้ที่ตัวแปรเดิม ดังนี้ $x = 10; $x += 8;  // แปลว่า$x = 18 นั่นเอง

-= ก็ให้ความหมายในทางตรงข้ามกัน หากยกตัวอย่างเดิม $x = 10; $x -= 8;  // แปลว่า$x = 2 นั่นเอง 

และต่อยอดความหมายคล้ายกันนีด้วย *= (คูณเพิ่มเข้าไปในค่าตัวแปรเดิม ด้วยค่าที่ระบุ)

 /= (หารเพิ่มเข้าไปในค่าตัวแปรเดิม ด้วยค่าที่ระบุ) แบบนี้เป็นต้น

การเขียน function ใน แบบ PHP

ภาษา PHP มีการเขียนฟังก์ชั่นได้หลากหลายมาก และช่วยแยกการทำงานออกมาเป็นส่วนๆให้ทำงานได้ง่ายขึ้นรวดเร็ว และได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามต้องการ โดยการส่งค่าต่างๆเข้าไปในฟังก์ชั่นนั้นเรียกว่า พารามิเตอร์ (Parameter) จะมีกี่ตัวก็ได้ ในภาษา PHP นี้หากใช้ฟังก์ชั่นที่เป็นของ PHP เองจะเรียกว่า Predefined Functions และเราสามารถนำเอามาใช้งานได้ทันที

แต่หากเป็นฟังก์ชั่นพิเศษที่เราสร้างขึ้นมาเองจะเรียกว่า User Defined Function แต่ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นแบบใดก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการเขียนโปรแกรมของเราทั้งหมดทั้งสิ้น โดยเฉพาะ User Defined Function หากบางครั้งเรามีเรียกการใช้งานแบบเดิมซ้ำๆการทำฟังก์ชั่นแบบนี้ไว้จะช่วยให้เราประหยัดเวลาไม่ต้องเขียนโค้ดใหม่ทุกครั้ง และทำให้การทำงาน การประมวลผล การเรียกใช้งานรวดเร็วมากขึ้นด้วย

ลักษณะการเขียน ฟังก์ชั่น เป็นดังนี้ 

<?php  function ชื่อฟังก์ชั่น($parameter){ คำสั่ง } ?>

เรียกว่าการทำงานของ function ชื่อฟังก์ชั่น($parameter) จะอยู่ใน { ถึง } นั่นเอง โดยตัวฟังก์ชั่นนั้นนจะมี return หรือไม่มีก็ได้ หรือจะไม่มี Parameter ก็ได้เช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่น หากเราเรียกใช้คำสั่งว่า

if ($x <= 0) { // ถ้าค่าตัวแปร x น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 ให้….

show_error(“กรุณาใส่ค่าที่มากกว่า 0″);   // เป็นการเรียกใช้ function ชื่อ show_error()

}

นี่คือการเรียกใช้ฟังก์ชั่น แต่ว่าเรายังไม่ได้กำหนดค่าให้ฟังก์ชั่น เรามากำหนดให้กันก่อนดีกว่า ดังนี้

function show_error($msg) {

echo “<font color=red>”. $msg . “</font>;

}

ผลลัพธ์ที่ได้คือหลังจาก ด้านบนที่ถ้าค่าตัวแปรน้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 แล้ว มันจะเรียกใช้ function show_error() ซึ่งฟังก์ชั่นตัวนี้บอกไว้ว่า ให้ แสดงผล ตัวหนังสือสีแดง โดยแสดงข้อความเท่ากับตัวแปร $msg ซึ่ง ตัวแปร $msg ได้แสดงออกมาแล้วตอนเรียกใช้เงื่อนไขนั่นคือ $msg = กรุณาใส่ค่าที่มากกว่า 0 นั่นเอง

การคืนค่าฟังก์ชั่น ใช้คำสั่ง return ได้ด้วย เนื่องจากหน้าที่ฟังก์ชั่นใช้ในการประมวลผล ซึ่งเมื่อประมวลผลเสร็จแล้วนั้น ได้ผลลัพธ์ออกมาเรามักจะต้องนำไปใช้ต่อ ซึ่งก็คือควรส่งค่าที่ได้กลับไปยังส่วนนั้นๆที่เรียกใช้ฟังก์ชั่นนี้ ฉะนั้น วิธีการส่งค่ากลับไปที่ได้ผลดีที่สุดคือคำสั่ง return นั่นเอง

ซึ่งการคืนคือใช้ return ตามด้วยค่าที่ต้องการส่งกลับไป ค่าที่ส่งกลับไปนั้นส่งได้ทั้งข้อมูลโดยตรง หรือตัวแปร ก็ได้ทั้งนั้น และโดยปกติแล้ว การส่งข้อมูลกลับไปนั้นจะเป็นส่วนท้ายสุดของฟังก์ชั่น นั่นหมายความว่า คำสั่งอื่นๆ ที่ต่อจาก return นั้นจะไม่ทำงาน ไม่ถูกนำมาประมวลผลเลยนั่นเอง

โปรแกรมพรีเซนต์งานสุดยอดประจำบ้าน

โปรแกรม พรีเซนต์งานสุดยอดประจำบ้านและอออฟฟิศ ไมโครซอฟท์ Powerpoint

โปรแกรม Powerpoint เป็นโปรแกรมนำเสนอ หรือที่เรียกว่า Present งานได้ดี ทำงานได้ง่ายมีรูปแบบที่สวยงาม เป็นโปรแกรมที่มักใช้นำเสนองานในที่ประชุมในการทำงาน หรือนำเสนอการพรีเซนต์ข้อมูลตอนเรียนก็ได้เช่นกัน ใช้ได้ทั้งในมัธยม ประถม จนถึงระดับมหาวิทยาลัย ปริญญาตรี ปริญญาโทจนถึงปริญญาเอกก็ยังคงใช้ได้

ซึ่งการนำเสนอข้อมูลนั้นทำได้ตั้งแต่ข้อมูลสินค้าผลิตภัณฑ์ต่างๆ งานวิทยานิพนธ์ ทำเล่มจบ หรือนำเสนอสรุปรายได้ รายรับจ่ายประจำปีของบริษัท โดยหัวใจของโปรแกรมคือนำเสนอเพื่อให้ผู้ที่ดูไฟล์งานสามารถเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน เห็นภาพชัดเจน เพื่อเข้าใจเรื่องราวต่างๆได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

การนำเสนอของ Powerpoint

นั้นสามารถนำเสนอโดยการใส่ตัวอักษร รูปภาพหรือคลิป ก็ได้เช่นกัน  เราสามารถนำเสนอเป็นสไลด์โชว์ภาพนิ่ง หรือจะใส่เอฟเฟกต์ต่างทำให้การนำเสนอมีลูกเล่นดูน่าสนใจมากขึ้น คนดูก็จะติดตามงานของเราไม่เบื่อง่าย โดยเราจะเลือกตกแต่งเอง หรือจะใช้ชุดเทมเพลตที่ติดมากับโปรแกรมก็ได้เช่นกัน

โดยเฉพาะ Microsoft Powerpoint ในรุ่นอัพเดตหลังๆ ล่าสุด

จะมีชุดเทมเพลตและเอฟเฟกต์ให้เลือกมากมายมากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นแรกๆ นอกจากนี้เรายังสามารถสั่งเล่นงานนำเสนอแบบอัตโนมัติโดยระบุเวลาเป็นวินาที เป็นนาทีได้อีกด้วย หากเราไม่ต้องการคอยกดคลิ๊กไปยังแผ่นงานนำเสนอชิ้นต่อไปด้วยตัวเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องวางแผนให้ดีเพราะหากเป็นการบรรยายประกอบกับการนำเสนอชิ้นงาน

บางครั้งเวลาที่พูดเนื้อหาอาจไม่พอดีกันกับเวลาที่สไลด์โชว์กำลังดำเนินอยู่ ทำให้เกิดปัญหาพูดเรื่องนึงแต่สไลด์โชว์อีกเรื่องนึงได้ จึงทำให้ปัจจุบันคนนิยมใช้การคลิกแบบแมนนวลมากกว่าแบบอัตโนมัติ

การนำเสนอชิ้นงาน เวอร์ชั่นหลังๆของ Powerpoint สามารถนำเสนอชิ้นงานแบบออนไลน์ได้อีกด้วย เพื่อความสะดวก หากเป็นการประชุมงานแบบวีดีโอคอลระยะไกล ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องเดียวกัน หรือสถานที่เดียวกันกับคนนำเสนองาน ถือว่าเป็น feature ใหม่ที่สะดวกสบายขึ้นมาก

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้การนำเสนอชิ้นงานมีประสิทธิภาพคือให้ใช้ภาพนิ่งน้อยๆ ให้ข้อความสั้นกระชับชัดเจน คียเวิร์ดสำคัญ ให้ผู้ชมเข้าใจเนื้อหา และติดตามได้ดี หากใช้คำเยิ่นเย้อยาว อาจทำให้ดูหน้าเบื่อไม่น่าสนใจ รวมไปถึงถ้ามีภาพเยอะเกินไป อาจทำให้คนสนใจแต่ภาพไม่เข้าใจเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอได้อย่างชัดเจนด้วย